ท่ายากไม่ใช่ปัญหา

“เมื่อคุณกับคู่ชีวิตอยู่กินกันมานับสิบปีและแก่ลงพร้อมกัน เมื่อนั้นคุณก็จะไม่รู้สึกอับอายรูปร่างที่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามวัยอีกต่อไป” นักสังคมสงเคราะห์วัย 55 ปีกล่าว พร้อมกับเล่าว่า เธอและสามีแต่งงานกันมา 30 กว่าปีแล้ว ตอนที่เพิ่งคบหากันใหม่ ๆ นั้น สิ่งที่เธอกังวลมากที่สุดก็คือเซลลูไลท์บนต้นขาของเธอ ทำให้ไม่ค่อยมั่นใจที่จะเปิดเผยเรือนร่างต่อหน้าสามี แต่เขาก็แสดงให้เธอเห็นว่านั่นมันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญแม้แต่นิดเดียว แถมยังบอกอีกว่าชอบที่เธออวบอิ่มมีน้ำมีนวล พร้อมกับกำชับไม่ให้เธอใช้วิธีอดอาหารจนผอมบักโกรกตามอย่างดารานางแบบบางคน แต่ก็ไม่ควรปล่อยตัวจนอ้วนเผละเป็นแม่หมู คู่ของเธอจึงควงแขนกันเข้าฟิตเนสบ่อยครั้งตามแต่โอกาสจะอำนวย และสิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของร่างกาย ทำให้การร่วมรักเป็นไปอย่างคล่องตัวมากขึ้น สามารถฉีกแข้งฉีกขาได้มากขึ้นโดยไม่รู้สึกเมื่อยหรือเกิดอาการปวดตามมาอย่างแต่ก่อน เรียกว่าเล่นท่ายากได้อย่างสบาย ๆ ในขณะที่สามีก็อึดขึ้นจนสามารถร่วมรักกับเธอได้เป็นชั่วโมงเลยทีเดียว
ท่าที่เธอชอบมากที่สุดเพราะเสียดสีเข้ากับจุดจีสปอต (G- spot) เข้าอย่างจังก็คือ ท่าขาพาดบ่า (Angles Choker) ที่ฝ่ายหญิงนอนหงาย ยันตัวด้วยข้อศอก ตั้งแต่แผ่นหลังไปจนถึงปลายเท้ายกขึ้นสูง แล้ววางค้างไว้บนไหล่ของฝ่ายชาย ส่วนผู้ชายก็อยู่ในท่านั่งคุกเข่า สองมือประคองสะโพกคู่รักเอาไว้ขณะสอดใส่
ได้ทั้งความเสียวและรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์มแถมท้าย ใครบ้างจะไม่สนใจ?